เดินทางตามรอยบาทพระศาสดา พุทธสังเวชนียสถาน 8 วัน บิน 4 เที่ยว 28 พย-05 ธค 57  (อ่าน 1174 ครั้ง)

ออฟไลน์ bear+

  • บริการรับจัดทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทยและต่างประเทศ โทร 081-4977974
  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 1,043
    • บ้านพักนักเดินทาง

(บินไป-กลับ เมืองกายาประเทศอินเดีย)


พระพุทธวาจา..ดูก่อนอานนท์.. ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ 4 สถานอันได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และ สถานที่ปรินิพพาน เหล่านั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใส ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นำท่านเยือน..... สังเวชนียสถานทั้ง 4 ณ ดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในโลกมนุษย์ สามารถสัมผัสได้จริง พระพุทธเจ้าของเราเป็นมนุษย์จริง ไม่ใช่พระเจ้าจากสวรรค์ชั้นไหน สถานที่ทุกแห่งเมื่อสองพันห้าร้อยปีเป็นอย่างไรปัจจุบันก็ยังมีอยู่ให้เห็นให้และยังสามารถพิสูจน์ซึ่งพระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างแน่นอนเพียงท่านได้ มองผ่านกระจกเงาอินเดีย  ชมวิถีชีวิตของอินเดียประเทศมหัศจรรย์ ที่มีทุกอย่างหลากหลายก่อให้เกิดศาสดามากมายและสอนให้เราคิดได้มีความเป็น มนุษย์ที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น  การได้กลับไปยัง ณ ต้นกำเนิดแห่งพุทธศาสนาย่อมเป็น บุญที่ได้ย้อนกลับไปทบทวนและประพฤติปฏิบัติเป็นชาวพุทธที่แท้จริงในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของชาวพุทธทั้งมวล เพื่อจะได้พบสวรรค์ที่เป็นจริงตามพระพุทธวาจาโดยมีรายละเอียดการเดินทางดังนี้


28 พฤศจิกายน - 05 ธันวาคม 2557

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557         กรุงเทพ – กัลกาต้า – เมืองกายา - พุทธคยา

02.30น.      คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตู………. เคาน์เตอร์ สายการบินSpicejet มีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเช็คอินและโหลดกระเป๋าเดินทาง
05.10น.   เหิรฟ้าสู่เมืองกายา ประเทศอินเดีย (เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง)โดยสายการบิน Spice jetเที่ยวบินที่SG084   รับประทานของว่างและเครื่องดื่มบนเครื่อง
06.25 น.      ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองกัลกาต้า ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้าในเมืองกัลกาต้า
11:00   เดินทางสู่สนามบินกัลกาต้าอีกครั้งเพื่อทำการเช็คอิน Air indiaเที่ยวบิน AI 111 มุ่งหน้าเมืองกายา ใช้เวลานั่งเครื่องบินอีก 1 ชั่วโมง รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่อง (โดยแม่ครัวคนไทย)
13:00   ถึงสนามบินเมืองกายา (Gaya) ผ่านด่านตรวจอีกครั้งพร้อมรับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน
จากนั้น   นำท่านทำกิจกรรมอันพุทธศาสนิกชนพึงกระทำ ณ มหาสังฆารามอนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ โดยมีลำดับสถานที่แห่งการคารวะดังนี้
   แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่ที่พระพุทธองค์ได้ทรงอธิษฐานลอยถาดข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดาถวายก่อนทรงตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณบ้านนางสุชาดาผู้ถวายข้าวมธุปายาสก่อนการตรัสรู้จากนั้นนำชมวัดนานาชาติของชาวพุทธทั่วโลก
   ต้นพระศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธองค์และเชื่อกันว่าเป็นแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกเพราะเป็นที่ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะต้องมาทรงตรัสรู้ที่นี่ดังนั้นสถานที่นี้จึงเป็นเป้าหมายของชาวพุทธทั่วโลกที่ต้องมาบำเพ็ญภาวนาเพิ่มพลังบุญกันที่นี่พระมหาเจดีย์พุทธคยาสร้างอยู่ใกล้กับต้นโพธิ์ภายในวิหารมีพระพุทธเมตตาซึ่งเป็นพระพุทธปฏิมากรที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำในสมัยปาละ ปางมารวิชัยอายุกว่า 1400 ปี   เป็นที่เคารพบูชาของทั้งชาวพุทธและฮินดูมาแต่โบราณกาล สัตตมหาสถาน คือสถานที่ทรงยับยั้งเพื่อเสวยวิมุตติสุขหลังจากทรงตรัสรู้แล้ว 7 แห่ง  แห่งละ 7 วันคือ 1.โพธิบัลลังก์, 2.อนิมิสเจดีย์, 3.รัตนจงกรมเจดีย์,4.รัตนฆรเจดีย์,5. ต้นอชปาลนิโครธ,6.ต้นมุจลินทร์, 7.ต้นราชายตนะ
เย็น   รับประทานอาหารเย็น (เป็นอาหารไทย โดย แม่ครัวคนไทย )พักผ่อนตามอัธยาศัย
ท่านที่ต้องการไปนั่งสมาธิที่ต้นโพธิ์ก็ มีบริการรถรับส่ง  แต่สามารถอยู่ได้ไม่เกิน 21:00 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 สอง   พุทธคยา-พาราณสี-ล่องเรือแม่น้ำคงคา

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พักจากนั้นออกเดินทางสู่เมืองพาราณาสี หรือชื่อเมืองกาสีในสมัยโบราณระยะทางทั้งหมด 320 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงระหว่างการเดินทางก็ได้ชมความเป็นเมืองอินเดียเมืองแห่งร้อยมุมมอง ตู้คัมภีร์แห่งชาวภารตะ ความเป็นจริงแห่งชีวิตที่ถูกบันทึกไว้ในศาสนา พระไตรปิฏก หากใช้เวลาในการเดินทางนำภาพที่ปรากฏสองข้างทางผนวกกับพระธรรมคำสอนและฉุกคิดถึงความจริงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นก็จะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง
เที่ยง   ถึงเมืองพารานสีดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาป มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดีย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย                จากนั้นนำท่านชมเมืองพารานสี เมืองเก่าแก่หลายพันปีจนกระทั่งบอกไม่ได้ว่ากี่พันปีเพราะเป็นสถานที่ตั้งของชุมชนโบราณมาทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่      ดึกดำบรรพ์ เป็นสถานที่ชุมนุมทางศาสนา ปรัชญา ความเชื่อ และศูนย์กลางการแสวงบุญของหลายศาสนาที่กำหนดให้พารานสีเป็นบุญสถาน มีเทวาลัยโบราณเป็นพันแห่ง เป็นเมืองพระศิวะ จึงมีศิวลึงค์มากที่สุดในโลก มีแม่น้ำคงคาที่ชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ (ตามหลักสูตรภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงธิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล)และได้ใช้ อาบชำระบาปลอยบาปได้ มีเมรุหลวงของชาวฮินดูที่เป็นลานส่งวิญญาณของศพที่ถูกเผามากว่า 4000 ปีมาแล้วโดยไฟไม่เคยมอดดับนำท่าน   เข้าสู่โรงแรมที่พัก รับประทานอาหารกลางวันอาหารไทยโดยแม่ครัวคนไทยจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งเป็นสำนักสงฆ์ที่ใหญ่โตที่ได้ตั้งมั่นอยู่ในดินแดนแห่งหลากหลายเจ้าลัทธิและศาสนา และเป็นสังเวชนียสถานแห่งหนึ่งคือเป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนา โปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ก่อนพุทธศก 45 ปีเป็นสถานที่สำคัญเนื่องจากว่า สังฆรัตนะได้เกิดขึ้นสมบรูณ์ครั้งแรกในโลก ที่นี่มีบุญสถานที่ผู้แสวงบุญได้มาไหว้พระ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม และเยี่ยมชมโดยมีลำดับดังนี้
•   มูลคันธกุฏีที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษา 12 อยู่ที่นี่
•   ธัมเมกขสถูป อันแปลว่า สถานที่แสดงธรรมที่นำพาให้ถึงความหลุดพ้น
•   สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกและได้ทำความเข้าใจกันเบื้องต้นก่อนนำไปสู่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
•   ยสเจดียสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตรจนดวงตาเห็นธรรม
•   ธรรมราชิกสถูปเป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน
•   พิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่เก็บรักษาโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ในสารนาถรวมทั้งเป็นที่ตั้งแสดงพระปฏิมากรรมปางปฐมเทศนาที่งามเป็นเลิศในแบบฉบับทางศิลปกรรมที่งามที่สุดของอินเดีย ควรแก่การเข้าเยี่ยมชมและคารวะนอกจากนั้นยังมีหัวเสาอโศก วัตถุโบราณเกี่ยวกับศาสนาพุทธ พราหมณ์อีกมากมาย
เย็น   เดินทางเข้าที่พัก รับประทานอาหารเย็นอาหารไทยโดยแม่ครัวคนไทย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แม่น้ำคงคา  ล่องเรือในแม่น้ำคงคาซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ ตามหลักสูตรภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) สถานที่ที่คนนับล้าน มุ่งหน้ามาเพื่อสัมผัสกับลัทธิ พิธีกรรม ริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับชาวพุทธจะได้เรียนรู้ชีวิตของมนุษย์อย่างแท้จริงเป็นคัมภีร์ชีวิตที่อยากที่จะหาที่ไหนชมได้นอกจากที่ พารานสีแห่งนี้ ชมพิธีกรรมของชนจำนวนมากหลากวัยหลายชนชั้น นับตั้งแต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณเน่าเปื่อยจนขึ้นอืดลอยไปไกล้กับพวกเด็กที่กำลังจับปลา หญิงชาวบ้านซักผ้า พ่อค้าขายของ ฮินดูชนอาบน้ำล้างบาป นักบวชง่วนกับการทำพิธีบูชา สับเหร่อโกยเถ้าถ่านที่เผาศพทิ้งลงแม่น้ำชาวบ้านหน้าตาโศกเศร้ากำลังกราบไหว้ขอพรพระศิวะผ่านสายน้ำแม่คงคา คู่บ่าวสาวแต่งกายสวยงามที่มีความสุขเดินทางมาตักน้ำรดเพื่อขอพรพระศิวะ คนเฝ้าศิวาลัยรอรับเงินบริจาคในนามพระเจ้า ขอทานเรียงรายรอรับเงินบริจาคในนามของผู้ยากไร้ หญิงม่ายผู้อุทิศตนใช้ชีวิตที่เหลือสวดมนต์ให้สามีผู้วายชนม์    ชีวิตหลากหลายตั้งแต่ไพร่ยันผู้ดีร่ำรวยล้นฟ้า ล้วนแต่เดินทางมาเพื่อขอพรพระแม่คงคาอันศักดิ์สิทธิ์หน้าเมืองพารานสีท่ามกลางความมัวสลัวของกลุ่มกองไฟที่เหล่าพราหมณ์จุดถวายบูชาพระเจ้าและกองฟืนที่ไม่เคยดับตลอดระยะเวลาสี่พันปีกำลังทำหน้าที่เผาร่างอันไร้วิญญาณของเหล่าชนฮินดูอย่างไม่ยอมหยุดพัก เรียนรู้ชีวิตที่ล้วนแต่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น แล้วถามตัวเองว่ากำลังทำอะไรและจะไปทางไหนนำท่าน ชมพิธีบูชาไฟ ได้เวลาสมควรเดินทางกลับที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 30 พฤศจิกายน  2557   สาม   พาราณสี – สาวัตถี

เช้า      รับประทานอาหารเช้า จากนั้น ออกเดินทางสู่เมืองสาวัตถี(ใช้เวลาเดินทางประมาณ6-7ชั่วโมง)เมืองหลวงของแคว้นโกศลในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสีเป็นศูนย์กลางการค้าขายในสมัยพุทธกาลมีพระเจ้าปเสนทิโกศลปกครอง สาวัตถีเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษาเป็นที่ตรัสพระสูตรมากมายและเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุดเพราะมีผู้อุปถัมภ์สำคัญ เช่น พระเจ้าปเสนทิโกศล อนาถบิณฑิกเศรษฐี นางวิสาขาเป็นต้น สาวัตถี ปัจจุบันยังมีซากโบราณสถานที่สำคัญปรากฏร่องรอยอยู่คือวัดเชตวันมหาวิหาร (ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ถึง 19 พรรษา)บริเวณวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล, บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี (สถูป), บ้านบิดาขององคุลีมาล (สถูป), สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ (หน้าวัดพระเชตวันมหาวิหาร ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์เป็นต้น
เที่ยง   บริการอาหารกลางวันระหว่างทางจากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่เมืองสาวัตถี
บ่าย      เดินทางต่อสู่เมืองสาวัตถี
เย็น   เข้าที่พัก รับประทานอาหารเย็นพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 01 ธันวาคม 2557         สาวัตถี - ลุมพินี(ประเทศเนปาล)

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พักหลังจากนั้นนำท่านไปนมัสการดินแดนแห่งพระอรหันต์ ณ วัดเชตวันสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงจำพรรษานานที่สุด และพระบรมศาสดาของเราได้ประสพความสำเร็จในการ   เปลี่ยนใจบุคคลสำคัญมากมายในดินแดนแห่งนี้ นมัสการพระพุทธเจ้าที่มหามูลคันธกุฏีสถานสถานที่ประทับของพระพุทธองค์ จากนั้นแวะนมัสการและปลงสังเวชในทุกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่จีรัง เยี่ยมชมพระเจดีย์อรหันต์แปดทิศ กุฏีพระมหากัสสัปปะ กุฏีพระศิวลี กุฏีพระโมคคัลลานะ กุฏีพระองคุลีมาล กุฏีพระอานนท์ กุฏีพระสารีบุตร สถูปพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร ที่เหลืออยู่แต่ฐาน ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เกิดความรู้สึกอย่างอื่นยิ่งไปกว่าความสังเวชสลดใจ เมื่อเห็นสิ่งที่เคยรุ่งเรืองและเสื่อมสลายไปของพุทธศาสนาทำให้ได้เห็นธรรม และอนิจจังไม่เที่ยง มีการเกิดแตกดับตลอดเวลาแม้แต่พระอรหันต์ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีความตายไปได้ ดังนั้นทุกคนควรวางรากฐานของชีวิตคือจิตใจที่ดีมั่นคงเหมือนสถูปของพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรที่แม้ส่วนอื่นจะพังทลายไปแล้วฐานก็ยังคงอยู่เป็นอนุสรณ์ไปชั่วกาลนานจากนั้น    นำชมส่วนที่เหลือ คือ บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี (สถูป), บ้านบิดาขององคุลีมาล  ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์เป็นต้น
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย      เดินทางสู่เมืองลุมพินี(ใช้เวลาเดินทางประมาณ5-6ชั่วโมง)ในเขตประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ในเขตเขาหิมาลัย ต้นธารของสายน้ำนานาก่อกำเนิดชีวิตแห่งหิมวันต์ประเทศ ป่าหิมพานต์ อาณาบริเวณที่บำเพ็ญพรตของ  ดาบสเวสสันดรตามชาดกแวะวัด 960 นมัสการและรับประทานอาหารว่าง โรตีแม่ชีพร้อมห้องน้ำสะอาดก่อนเข้าพรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะ และเดินทางสู่ มายามหาวิหาร นำชมมหาสังฆารามอนุสรณ์สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ โดยมีลำดับสถานที่แห่งการคารวะเยี่ยมชม สวดมนต์ ไหว้พระ วิปัสสนา ดังนี้
•   มายาเทวีวิหาร ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวี แกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนม และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากของชาวฮินดู-เนปาลมีผู้มาสักการะโดยสม่ำเสมอ
•   สระสรงสนานธารโบกขรณีวัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณกาล
เย็น      จากนั้นเดินทาง   เข้าที่พักรับประทานอาหารเย็น เป็นอาหารไทย โดยแม่ครัวคนไทย พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 02 ธันวาคม 2557       ลุมพินี(ประเทศเนปาล)- กุสินารา 

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พักจากนั้น   เดินทางสู่กุสินารา(ใช้เวลาเดินทางประมาณ4-5ชั่วโมง)ดินแดนแห่งพุทธปรินิพพาน มหานครแห่งแคว้นมัลละตามรอยพระพุทธองค์ที่เสด็จจาริกด้วยพระบาทเปล่ามาที่กุสินาราถึง 90 วันจากเวสาลีในขณะพระชนมายุ 79 พรรษา  และทรงพระประชวร
เที่ยง   ถึงเมืองกุสินารา บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก
บ่าย   นำท่านทำกิจกรรมอันพุทธศาสนิกชนพึงกระทำ ณ มหาสังฆารามอนุสรณ์สถานดินแดนพุทธปรินิพพาน โดยมีลำดับสถานที่แห่งการคารวะสวดมนต์ ไหว้พระ วิปัสสนา ดังนี้
•   มหาปรินิพพานสถูป สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่เป็นสถานที่รองรับหมู่พระอรหันต์ครั้งใหญ่สุด เป็นพุทธสถานที่พระพุทธองค์ประทานการบวชให้สาวองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือ ความไม่ประมาท
•   พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานซึ่งมีอิทธิพลเหนือจิตใจของชาวพุทธผู้ที่ได้มีโอกาสเข้าไปกราบไหว้ราวกับว่าได้มานมัสการพระบรมศพของพระศาสดาจริงๆ และสร้างความรู้สึกให้ชวนคิดถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่มีสิ่งใดตั้งอยู่ค้ำฟ้า จึงควรดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทตามพระปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์
•   มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
•   พราหมณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ
เย็น   เข้าที่พัก รับประทานอาหารเย็นพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 03 ธันวาคม 2557    กุสินารา -ไวสาลี- ปัตนะ

เช้า   รับประทานอาหารเช้าจากนั้นเดินทางสู่เมืองปัตนะ(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง)เป็นเมืองหลวงของรัฐพิหาร รัฐหนึ่งในประเทศอินเดีย เมืองปัตนะเป็นเมืองเก่าแก่ที่ยังมีผู้อาศัยอยู่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเมื่อ 2,500 ปีก่อน ในสมัยพุทธกาล เมืองนี้มีความสำคัญ เพราะได้กลายเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธและมีพระมหากษัตริย์ดำรงตำแหน่งพระจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดีย คือพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์เมารยะ ผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง นำท่านชมเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุด ณ วัดป่ามหาวันเมืองไวสาลีหรือเมืองไพศาลี
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   
บ่าย                 เดินทางสู่เมืองปัตนะต่อ...ค่ะ
เย็น      นำท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

วันที่ 04 ธันวาคม 2557      ปัตนะ -ราชคฤห์-นาลันทา-พุทธคยา

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารที่พักโรงแรมจากนั้น   นำท่านเดินเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ2-3 ชั่วโมง)    นครหลวงแห่งแคว้นมคธมหาอำนาจหนึ่งในสี่ของชมพูทวีปในสมัยนั้น ที่ซึ่งพระบรมศาสดาเลือกประดิษฐานพระพุทธศาสนาและทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ประกาศความเป็นปึกแผ่นแห่งพระพุทธศาสนา ณ วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา ขับรถ บนเส้นทางที่พ่อค้า นักพรต ดาบส นักบวช ในสมัยโบราณสัญจรด้วยเกวียนและเท้า ขุนทหารเคลื่อนทัพด้วยกำลังช้างม้า ปัจจุบันเราเดินทางด้วยยานยนต์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงดินแดนแห่งนักปราชญ์ ที่ชุมนุมแห่งเจ้าศาสดา ลัทธิ เป็นตลาดเสรีทางการศึกษาแนวคิดความเชื่อและปรัชญาต่างมากมายในสมัย พุทธกาลนำท่านขึ้นเขาคิชกูฏหนึ่งในเบญจคีรีที่ล้อมรอบกรุงราชคฤห์ ในยามเช้าเวลาเหมาะกับการเดินขึ้นชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามโดยรอบท่ามกลางการแสดงแสงสีเสียงจากธรรม ชาติยามอาทิตย์อุทัยขึ้นสู่มูลคันธกุฏีจุดสำคัญสุดที่ชาวพุทธเมื่อขึ้นเขาคิชกูฏต้องกำหนดไว้คือการไหว้พระสวดมนต์ทำสมาธิ ณ  มูลคันธกุฏีสถานที่ที่เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า รองลงมาคือถ้ำสุกรขาตาสถานที่ที่พระสารีบุตรอริยสงฆ์ยอดกตัญญูสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นมัสการถ้ำพระโมคคัลลานะกุฏีของพระอานนท์เยี่ยมชมวัดชีวกกัมพวันโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก แวะชมเรือนคุมขังพระเจ้าพิมพิสารจากนั้น   นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองพุทธคยา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน เป็นอาหารไทย โดยแม่ครัวคนไทย ณ ภัตตาคาร
บ่าย   จากนั้น   นำท่านนมัสการวัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาสตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของแม่น้ำสรัสวดีเป็น วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะและวัดเวฬุวันยังเป็นแหล่งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งการพัฒนาเกี่ยวกับวรรณคดีพุทธศาสนาด้วยเนื่องจากพระพุทธองค์ได้ยึดสถานที่แห่งนี้ให้เป็นจุดศูนย์รวมในการเผยแพร่คำสั่งสอนในดินแดนแห่งนี้ และยังได้แสดงพระสูตรและตรัสเล่าเรื่องชาดกต่างๆ รวมทั้งมีการบัญญัติสิกขาบทต่างๆ  มากมาย     เดินทางสู่ มหาวิทยาลัยนาลันทา  แห่งเมืองนาลันทาอันเป็นมาตุภูมิของ 2 พระอรหันต์คือพระสารีบุตรและพระโมคคัลลา พระถังซำจั๋งก็เคยมาเป็นอาจารย์ที่นี่เช่นกันนำท่านนมัสการหลวงพ่อองค์ดำประดิษฐานด้านหลังของมหาวิทยาลัยนาลันทา
เย็น   รับประทานอาหารเย็น เป็นอาหารโดยแม่ครัวคนไทย ท่านใดต้องการไปกราบลาพระพุทธเมตตา (เจดีย์ปิดสามทุ่ม) จัดหารถให้บริการท่านได้ตามประสงค์

วันที่ 05 ธันวาคม 2557      พุทธคยา – กรุงเทพฯ

08.00 น.       รับประทานอาหารเช้า และนำท่านเยี่ยมชมและทำบุญวัดไทยพุทธคยา
12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน เป็นอาหารไทยโดยแม่ครัวคนไทย
14.00 น.เดินทางสู่สนามบินนานาชาติเมืองกายา
16.10 น.   เหิรฟ้าจากกายาสู่สนามบินเมืองกัลกาต้า  โดยสายการบิน Air indiaเที่ยวบินAi 112
(ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง)
17.10 น.   เดินทางถึงสนามบินเมืองกัลกาต้า 
   หลังจากรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย นำพาช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ภายในเมืองกัลกาต้าพร้อมรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารในเมืองกัลกาต้า
21.00น.เดินทางเข้าสนามบินกัลกาต้าอีกครั้ง เพื่อทำการเช็คอินกลับเมืองไทย
00.05 น.เหิรฟ้ากลับเมืองไทยด้วยเที่ยวบินเครื่องบิน  Spicejetเที่ยวบิน SG083
04.10น.ถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

****************************************************************************

หมายเหตุราคาและรายการดังกล่าวเป็นราคาโดยประมาณและรายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของเงินบาทที่ไม่คงที่ / การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน / สภาวะทางอากาศถนนหนทาง อุบัติภัย  โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าได้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทฯจะยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
   คำเตือน  สนามบินดอนเมือง  “ไม่มีการประกาศเรียกลูกค้าขึ้นเครื่อง”  หากท่านตกเครื่องไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์หรือเรียกร้องคืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
   กรุณาตรงต่อเวลาตามนัดหมาย เคาน์เตอร์เช็คอินปิด ก่อนเครื่องออก 1 ชั่วโมง

อัตราค่าบริการ สำหรับ 15 ท่านขึ้นไป(บาท)
ราคาพิเศษ   ผู้ใหญ่พัก 2 ท่าน   เด็ก 12 ปี(ไม่มีเตียง)   พักเดี่ยวเพิ่ม
พักโรงแรม    41,999.-      


ราคาดังกล่าวคิดตามอัตราค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีน้ำมัน ณ วันที่ 7 ก.ย.57
(ราคาอาจเปลี่ยนแปลงหากตั๋วเครื่องบินเปลี่ยนแปลง)


อัตรานี้รวมค่าบริการ
   ค่าเครื่องบินระหว่างประเทศ Spicejet, Air india ชั้นประหยัด กรุงเทพฯ –กัลกาต้า - กายา –กัลกาต้า -  กรุงเทพฯ
    ค่าประกันอุบัติเหตุ ท่านละ 1,000,000 บาท
   ค่ารถบัส (ปรับอากาศ ขนาด 35-42 ที่นั่งขึ้นไป) ตลอดการเดินทาง
   ค่าที่พักโรงแรม ตามที่ระบุไว้ในรายการ
   ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
   ค่าวีซ่าประเทศอินเดียและประเทศเนปาล
   ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุไว้ในรายการ
   ค่าขนกระเป๋าเดินทาง (ไม่เกินท่านละ 18ก.ก.)
   ค่ามัคคุเทศก์ชาวไทยและชาวอินเดีย อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
   ค่าน้ำดื่มวันละ 1 ขวด และ ผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาล บริการในรถ และอาหารว่างอื่นๆจากไทย
   เต้นท์ห้องน้ำเคลื่อนที่ ให้บริการตลอดการเดินทาง
   ค่าทำบุญถวายพระวิทยากร ตลอดการเดินทาง และค่าใช้จ่ายของพระวิทยากรที่ร่วมเดินทางไปตลอดทัวร์


อัตรานี้ไม่รวมค่าบริการ
   ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางและเอกสารต่างด้าว
   ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ โทรสาร ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มและค่าใช้จ่ายที่ นอกเหนือจากที่ระบุ
   ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %  ภาษีการเดินทาง
   ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น5 เหรียญUS /ท่าน/ วัน (ตลอดทริป)

การชำระค่าบริการ   (ผู้ที่ชำระเงินมัดจำก่อนได้สิทธิ์ในการจัดที่นั่งก่อนตามลำดับ)

1.  กรุณาชำระมัดจำการเดินทางท่านละ 10,000 บาท ณ.วันจอง พร้อมส่งเอกสารให้บริษัท เพื่อทำวีซ่า
2.  ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 14 วัน

เงื่อนไขการยกเลิก

1.  ภายใน 7 วันก่อนเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าเดินทาง   
2.  ภายใน 10 วันก่อนเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ คืนเงินค่าเดินทางเพียง 25%
3.  ภายใน 14 วันก่อนเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ คืนเงินค่าเดินทางเพียง 50%
4.  ภายใน 20 วันก่อนเดินทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ ไม่คืนเงินมัดจำ 10,000 บาท

เอกสารการขอวีซ่า

•   หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง
•   รูปถ่ายขนาด กว้าง 2 นิ้ว  ยาว 2 นิ้ว (สี่เหลี่ยมจตุรัสแบบอเมริกา) จำนวน 2 รูป  (ต้องเป็นรูปสีและพื้นสีขาวเท่านั้น ห้ามรูปตัดต่อหรือมีการแต่งภาพ)
•   บัตรประชาชน (ถ่ายเอกสาร),ทะเบียนบ้านปัจจุบัน (ถ่ายเอกสาร), ใบกรอกข้อมูลเพื่อขอวีซ่า

**กรณีถูกปฏิเสธวีซ่า ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าวีซ่าและค่าดำเนินการที่เกิดขึ้นจริง**
 ตัวอย่างรูปถ่ายเพื่อขอวีซ่า


หมายเหตุ

•   บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมและเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
•   บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบเนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
•   บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ปฎิเสธผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณา และไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือบางส่วน
•   บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าวีซ่า, ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากทางบริษัทได้ดำเนินการไปแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 02, 2014, 12:26:09 pm โดย bear+ »
เที่ยวลาวไปกับ
http://go-lao.com

สอบถามการเดินทางได้ทาง โทร /LINE 0814977974