โปรแกรมเดินป่า ท่องเที่ยว ของป๋าคมรัฐ trekkerhut.com

โปรแกรมท่องเที่ยวเดินป่า กับป๋าคมรัฐ ประจำปี 2557 



ระบบสมัครมาชิก ผ่านระบบกระดานข่าว แต่จะไม่มีการส่งเมลให้
สำหรับท่านที่ลืม LOGIN หรือ PASSWORD
แจ้ง เมลที่ใช้ ชื่อ login ให้แก้ password ใหม่ได้ที่ nut2go@hotmail.com

25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina  (อ่าน 1813 ครั้ง)

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 01:13:08 pm

         25 Nov – 17 Dec  2017   Aconcagua summit 6962 m,  Argentina

       ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 7 Summit ที่จะพา หมออีมไปขึ้นเป็นยอดที่ 4  ต่อจาก  Everest , Kilimanjaro , Elbrus  ยอด Aconcagua  6962 m.  เป็นยอดเขาสูงที่สุดนอกทวีปเอเซีย  ตั้งอยู่ชายแดน Chile กับ Argentina เส้นทางยอดเขาขึ้นอยู่ในประเทศ Argentina

      กำหนดเวลาของทริป ให้เวลาปรับตัว  acclimatization มากพอสมควรให้ค่อยๆ ไต่ระดับ และพักหลายวัน  เพราะค่าใช้จ่ายทริปสูง  เสียเวลาเดินทางนานและไกล  อยากให้ประสบความสำเร็จได้ขึ้นยอดได้ทุกคน    มีวันสำรอง  กรณีสภาพอากาศไม่ดีอีกหลายวัน 

      ทริปนี้เลือกที่จะเดินเองโดยไม่ใช้ guide  / ส่วน porter เลือกใช้บ้างตามความเหมาะสม /  สมาชิกจะต้องช่วยกันแบก ของขึ้นไป  camp 1 - 3  ช่วยกันตั้งเต๊นท์ ขนหิมะมาต้ม ทำน้ำดื่ม  ช่วยทำอาหาร   เอาพลั่วไป ขุดหิมะใส่ถุง ยึดเต๊นท์   เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว  - ออกกำลังกาย  ได้ฝึกซ้อม   ได้ปรับตัวให้ชินกับอากาศที่เบาบาง  / ช่วงเวลาที่เราจะไปนี้ก็  เป็นช่วง Mid season ( 16 พ.ย. - 14 ธ.ค )  นักไต่เขามีมากปานกลาง

       คนไทย ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ Argentina
     
      เลือกเที่ยวบินของ  25 Nov 2017 Air France AF 0165  11.30 > CDG  AF 0394 > EZE ย้ายสนามบิน AEP  AR 1406 > MDZ 17.05     ****  ขากลับ  15 Dec 2017  AF 4215  8.40 > EZE 10.15  AF 0229  17.35 > CDG 10.40 (+ 1 day) AF 0166   16.15 > BKK 09.15 (+2 )    ค่าตั่วประมาณ 75000 - 78000  บาท / 

     Day 1:  เสาร์ที่ 25 พ.ย. 60  8.00 น. พบกันที่ สนามบิน สุวรรณภูมิ check in  Air France  ออก 11.30 > CDG > ส่วนเที่ยวบินต่อไป มีให้เลือกบินไป SCL > MDZ  ก็สะดวก

     Day 2:  อาทิตย์ที่ 26 พ.ย. ถึง  MDZ 17.05 น.   เข้าที่พักจองที่ Tibet House hostel.

     Day 3:  27 พ.ย. ติดต่อเช่าอุปกรณ์ ขอใบอนุญาต  ซื้ออุปกรณ์ แก๊ส เครื่องครัว เตรียมอาหารสำหรับบนแค๊มป์  ใช้เวลา 2 วัน  ดื่มไวน์ อาหารที่นี่จะเป็นแบบฝรั่ง  นอนที่นี่อีกคืน   

     Day 4 :  28 พ.ย.   Penitentis  (8992 f – 2725 m) /  Preparation  of the loads for the mules.

       สาย ๆ หลังจากจัดการธุระ ทุกอย่างเรียบร้อย  จะนั่งรถเช่าเหมา 3.30 ชม.  ไปยัง Penitentis   จัดแยกของที่จะให้ mule แบกไป mule 1 ตัวจะแบกของได้ 60 กก.  แบ่งใส่  duffle bags ข้างละ  30 กก   พยายามเฉลี่ยน้ำหนักให้เท่าๆ กัน   จะซื้อน้ำ 50 ลิตร ใช้ดื่มที่บนเขา   อาหาร 12 วัน อุปกรณ์แค๊มป์ เต๊นท์ แผ่นรองนอน   น่าจะใช้  mule 5  ตัว   ส่วนของที่สมาชิกจะแบกพรุ่งนี้  ใส่เป้ติดตัวไปเอง   มีถุงนอน  รองเท้ารัดส้น  น้ำดื่ม  วันนี้เราจะนอนโรงแรมที่ Penitentis 2725 ม  หนึ่งคืนก่อน เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว   เดินขึ้นเขาใกล้ๆ เพื่อให้ปรับตัวก่อน     
     
      Day 5  :  29  พ.ย.  Puente del Inca  2950 m / Confluencia (10890 f – 3300 m)   
         นั่งรถ 15 นาที มาจุดเริ่มเดิน ที่ Puente del Inca  ลงทะเบียน  รับถุงขยะที่ อช.   เริ่มเทรค ระยะทาง 7 กม ใช้เวลา 3  ชม. ไปนอนปรับตัวที่ระดับ 3300 เมตร  ใช้บริการ Full board มีที่นอน อาหาร 3 มื้อ / ช่วงบ่าย   ให้เดินออกกำลังกาย  เดินขึ้นเขาใกล้ๆ ไป - กลับสัก 2 - 3 ชม. /

      Day 6: 30  พ.ย. วันนี้ให้เดินปรับตัวไป Plaza de francia 4200 m , กลับมานอนที่เดิม 3300 ม อีกคืน  full board

      Day 7: 1 ธ.ค.  Confluencia >  Plaza de Mulas  B C  (14058 f – 4260 m)  7 - 8  hrs
          ให้แพทย์ ประจำที่นี่   ตรวจสภาพร่างกายว่าไม่มีปัญหา เรื่องความดัน เรื่อง AMS วัด oxygen ในเลือด ว่าไม่ต่ำเกิน จึงจะไปต่อได้     วันนี้เหนื่อยมากหน่อย เพราะต้องเดินยาว 18 กม ไต่ระดับ 1000 เมตร ช่วงแรกไม่ไต่ระดับมาก แต่ช่วงหลังเริ่มขึ้นเขาเยอะ  ต้องมีไฟคาดหัว ไม้เท้าติดตัว   บางช่วงทีต้องข้ามน้ำ ไปมา  ให้เตรียมรองเท้าที่เปียกน้ำได้ - ไปด้วย  เช่น รองเท้ายาง หรือแบบรัดส้น  วันนี้ จะเดิน  7 - 8 ชม. ไปถึง Base camp  4260 ม. ตั้งเต๊นท์ นอน พักที่นี่ 4 คืน    ตั้งเต๊นท์ จะเริ่มทำอาหารทานเอง , 4260 m

      Day 8: 2  ธ.ค. Plaza de Mulas > Mt. Bonete (5.100) < BC  4260 m
        Plaza de Mulas Acclimatization trekking to Mt. Bonete summit and return to Plaza de Mulas. This trekking will take about 6 hours and you will reach 5.100 m of altitude. This activity will definitely turns on all the acclimatization mechanisms. Expect to puke up along or two at this stage.
       
       วันนี้  ตื่นสายได้   ช่วงบ่ายให้เดินปรับตัว   ไต่ขึ้น Mt. Bonete (5.100) 3 - 3.30 ชม  ขาลง 1.30 - 2 ชม.พักที่เดิม BC ระดับ 4260 m.

      Day 9: 3 ธ.ค.   วันนี้ จะเริ่มต้น แบกของคนละ 15 กก. ไป drop ที่ CP 1  4910 m  ระยะทางประมาณ 2 กม. เวลาเดินขึ้น 2.30 - 3 ชม. ลง 1 - 1.30 ชม. กลับมานอน  plaza de Mulas 4260 m. เป็นคืนที่ 3

      Day 10: 4 ธ.ค.  Base Camp  > carry some food gear to camp 2  < BC  ให้รู้จักเส้นทางและปรับตัว โดยเดินแบกอาหาร และของบางส่วนไปยัง camp 2   ขาขึ้นประมาณ 4 ชม. - ขาลง 2 ชม. กลับลงมานอนที่เดิม  เป็นคืนที่ 4   ให้อาบน้ำ- สระผมน้ำอุ่น  คนละครั้งก่อนที่จะไปต่อไม่ได้อาบน้ำอีกหลายวัน   ค่าอาบคนละ 15 usd  ,  นอนที่ Base camp ระดับ 4260 ม  เป็นคืนที่ 4   ก่อนจะเริ่มไปนอนที่  Camp 1 - 2 - 3 ต่อไป

      Day 11: 5 ธ.ค.   Base Camp  > Camp 1 Canadá (16203 f – 4910 m)
              รื้อเต๊นท์ แบกขึ้นไป camp 1 ขาขึ้นใช้เวลา  2.30 - 3 ชม. นอนที่นี่เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวที่  4910 m

      Day 12: 6 ธ.ค. Camp 1 Canadá > Camp 2 Nido de Cóndores (17325 f – 5380 m)
               รื้อเต๊นท์ไต่ต่อไปยัง camp 2   ใช้เวลาขาขึ้น  2.30 -  3 ชม.
       
      Day 13 : 7 ธ.ค. Camp 2 >  to  camp 3 Colera 19600 f–5970 m)   
              ย้ายจาก Camp 2  ไป  camp 3  ระยะทาง 2 กม เศษ ใช้เวลา 3 ชม   

      Day 14:  8 ธ.ค. Camp 3  > SUMMIT (22834 f – 6962 m) < camp 3     
            ตื่น 2.00 น. ทานอาหาร เริ่มออกเดิน 2.40 น.  ขึ้นพิชิตยอด อะคอนคากัว ระยะทาง 3 กม. วันนี้ต้องติด crampon ไปใช้  ขาขึ้นใช้เวลาค่อยๆไป  6 - 8 ชม.  ขากลับ 2 - 2.30  ชม. กลับลงมายัง camp 3 

      Day 15 -17: 9 - 11 ธ.ค.   3 spare day / วันสำรอง  3  วัน     
     
      Day 18: 12 ธ.ค.  Camp 2 or Camp 3 < base camp

      Day 19: 13 ธ.ค.  Base camp < Puente del Inca < Mendoza
           Base camp  to Puente del Inca  23 km. / 8 hrs + 3.30 hrs Drive to Mendoza.
       วันนี้ให้เดินแบกเป้เบา ๆ  ของที่ไม่จำเป็นให้ mull แบกไป  น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 8 ชม กลับมาจุดเริ่มต้น ระยะทาง 23- 24 กม. ทางลงเขาและที่ราบ 
     
      Day 20: 14 ธ.ค.….   Rest day in Mendoza 

      Day 21- 22 : วันศุกร์ที่ 15 - เสาร์ 16 ธ.ค.  Fly from Mendoza  8.40 am  > EZE > CDG > BKK
     
      Day 23 :  วันอาทิตย์ที่ 17 ธ.ค.  ถึงกรุงเทพ  เวลา  9.15  น.

      Recomended Equipment and Clothing
Feet:
– 2 pairs of synthetic inner socks
– 4 pairs of thick socks for cold (ski type)
– 1 pair of comfortable trekking boots
– 1 pair of gaiters

Legs:
– 1 pair of fine synthetic pants
– 1 pair of thick shelter pants
– 1 pair of rainproof pants
– 1 pair of comfortable long pants (trekking type)

Body:
– 2 synthetic underwear shirts
– 1 turtleneck of synthetic material
– 1 fleece jacket of alike
– 1 shelter jacket (down or synthetical)
– 1 rainproof jacket

Head:
– Sun cap or hat
– Shelter hat (wool or fleece)
– Light balaclava
– A good pair of sunglasses with UV filter and nose and side protection
– A pair of ski goggles
– A handkerchief for the neck   Hands:
– 2 pairs of light inner gloves
– 2 pairs of rainproof gloves for shelter (mitten type)
– Wet towels

Expedition material:
– Book or anything that helps to be distracted in the tent
– 1 Sunscreen (never less than factor 20)
– Water bottle for two liter
– 6 pairs of hand warmers
– Sleeping mattress for high mountain
– Personal care elements
– Front lamp with extra batteries
– An stainless steel thermo of one litter or half a litter
– Personal crockery (Bowl, cup, fork and spoon)
– A synthetic or duvet sleeping bag for – 35 º C

Technical equipment:
– 1 comfortable backpack of 80 liters
– 1 Pair of double or triple boots for high mountain (suitable for 23000 feet – 7000 meters and – 40ºC temperature)
– Semi-automatic crampons
– 1 pair of telescopic poles
– 1 ice axe
– 1 helmet


       แผนการนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้  พยายามให้มีการปรับตัว Acclimcatisation มากพอเพียง  ปรับเปลี่ยนแผนการได้ เมื่อไปถึง Base camp แล้ว ต้องเช็คสภาพอากาศ   ว่าควรปรับเปลี่ยนอย่างไรให้ดีที่สุด   

      ทริปนี้   รับเฉพาะสำหรับคนที่ผ่านเขาระดับ 5000 เมตรมาแล้ว  ไม่แพ้ความสูง  แข็งแรง   ต้องแบกของได้ 15 - 20 กก. . 

       ค่าใช้จ่าย   /// 1.  ค่าตั๋วเครื่องบิน BKK- MDZ  75000 - 80,000  บาท ซื้อกันเอง   /// 2. ค่าทริปคนละ 2400 usd   เป็น  ค่า permit ( ประมาณ 600 usd ) - ค่า mule – porter แบกของกองกลาง บางช่วง – ค่าเดินทาง transportation - ค่าเช่า tent - แผ่นรองนอน - เตาแก๊ส -แก๊ส - ค่าอาหารในเมือง  อาหารสำหรับ camp  / full board at CFL 2 night - ค่าโรงแรม - ที่พักใน เมนโดซ่า  รวมทั้งหมดประมาณคนละ  160,000   บาท

      ราคาทริปปกติเฉพาะในส่วน  climbing + permit  ของทุก Agency  จะอยู่ที่  4000 - 4500  usd 

      ** ค่าใช้จ่ายส่วนตัว   - ค่าประกันการเดินทาง - ค่าอาหาร เครื่องดื่มส่วนตัว  - ค่าเช่า personal climbing gear ถ้าไม่มีของส่วนตัว  เช่น  ถุงนอน ระดับ  -30 C  - Down jcket  - climbing boot – crampon – ถุงมือ - Ice Axe  คร่าวๆ อีก  200 - 400 usd   ประมาณ 7000 - 14000 บาท   /  รวม คชจ ประมาณ 167000 -174,000 บาท    **  ขอให้ติดสำรองไปคนละ   1000 usd  **
       
       อุปกรณ์ที่ต้องมี คือ ชุดกันหนาวอย่างดี , ถุงมือ 2- 3 ชั้น , mitten, ไม้เท้า 1 คู่ , รองเท้า double boot , crompon , 4 - 5 pair good sock , goggle , sun glass ,helmet , แผ่นรองนอน 2 ชั้น , buff , Ice Axe , duffle bag // ของที่กลาง เช่าให้  เต๊นท์  แผ่นรองนอน  เตาแก๊ส

        How do you climb a mountain without support from Sherpa's or porters? What is expedition style climbing?

        Once base camp is established and climbers have acclimatised to this altitude, work begins to establish the first of the 3 camps that will be used.  This involves moving food and camping equipment up the mountain a little at the time.    ..... For the first run, climbers will carry around 18 kg of supplies to the higher camp and then return to the lower camp to sleep: adhering to the old mountaineering ethos of climbing high and sleeping low. ..... Once sufficient supplies have been relayed up to the higher camp, the lower camp is taken down and all tents and personal climbing equipment are moved up to the next camp up. ..... The summit is climbed from camp three in a single push. ....  The entire carrying process is extremely beneficial not only to get acclimatised to the higher altitudes but also proves to be a great team builder and re-enforces the idea that you are climbing this mountain on your own.

              http://www.aconcaguaadventures.com/ingles/aconcaguanormalroute.htm

              http://www.aconcaguaadventures.com/ingles/aconcaguaweather.htm

              http://www.alanarnette.com/climbing/gearlist.php
 
              https://www.youtube.com/watch?v=4f5K_tWxpQE

              http://www.climbaconcaguasolo.com/aconcagualogisti.html

              http://www.360-expeditions.com/climbing/trips/south_america/argentina/aconcagua_climb/faq

             https://www.mountain-forecast.com/peaks/Aconcagua/forecasts/6000
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2017, 01:05:41 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 01:28:02 pm
     สมาชิก
 1. ป๋าคมรัฐ
 2. หมออีม
 3. - 6. ......

 ทริปนี้เดินทางแน่นอน   มาแจ้งหากใครสนใจจะไปด้วยกัน   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 05, 2017, 02:33:07 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 01:35:16 pm
   เรื่องของนักวิ่ง  เทรลอันดับหนึ่งของโลก Kilian Jornette   ได้มาสร้างสถิติไว้ที่นี่   เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ  Summit of My Life

  KIlian Jornett  Aconcagua

Kilian Jornet has crowned a new peak in his list of dreams. It was the Aconcagua, where he has set a new ascent and descent speed record. With a time of 12h49′, the athlete has completed the penultimate challenge in the project Summits of My Life.

Jornet completed the challenge yesterday after a failed attempt last Friday, when he was forced to turn back at a height of about 6,500 meters due to bad weather, with gusts of wind of more than 90km / h.
The weather was favourable yesterday and so the athlete was able to complete the ascent and descent on Aconcagua, the highest peak in America (6,962m). He took the conventional 59.85km route with a total climb of 3,962m. However, the major challenge Kilian Jornet had to face was altitiude, close to 7,000m, ‘We spent almost two weeks in the area, but we would have probably needed a few more to be in the best possible condition. I was greatly affected by altitude, especially from 6,500m onwards, when I felt my brain was being compressed and I found it difficult to advance.’

Following the philosophy underlying the other challenges he has attempted in his project, Jornet decided to start the ascent from the last inhabited place, the cabin of the park guards in Horcones (2,900m). He set off at 6 am after having three pieces of toast with dulce de leche, a typical Argentinian sweet, for breakfast.

Ahead were 23km and 1,400m of climb up to Plaza de Mulas (4,300m), the base camp of Mount Aconcagua. That is the place where most expeditions begin the ascent, which gradually climbs up and past some refuge cabins to the top. Kilian Jornet completed that stretch in 3h15′. On arriving at Plaza de Mulas he had a 15-minute stop to have something to eat and drink. From there, the ascent to the summit began. Kilian Jornet explained: ‘My idea was to start with a gentle climb trying to preserve my strength for the descent. That’s why I decided to stop, rest and gain forces for the next stage.’

Jornet climbed up to Nido de Cóndores (5,550m), which he reached some five hours after departure. Then he started the last kilometres to reach the summit. To do that, he would have to overcome 1,463m of added altitude difference and, foremost, a height of 6,500 meters. Jornet explained: ‘At such altitude, I realized height was beginning to have an effect on me. I wasn’t able to keep my balance and was constantly slipping on the icy snow. So, I decided to move slowly, knowing that I still had a long way ahead.’ He was at nearly 6,600 meters at Cueva del Guananco, and his time was 7h40’. Jornet finally managed to reach the summit (6,962m) after 8h45′ of effort. He remained there for fifteen minutes: ‘I used that time to gain strength before the descent. The summit was the culmination of the work we had been doing all these days. I could also enjoy the incredible views from the south face of the Aconcagua.’

As he explained, he still had to face the descent: ‘I suffered from altitude sickness all the way to Plaza de Mulas. I kept losing my balance, my muscles seemed unwilling to follow my head and made me fall. At Plaza de Mulas I stopped for twenty minutes. I had something to eat, hydrated well and I gradually began to feel a bit better. Ahead was the descent to Horcones, where I was able to run well and ended up making good time.’ Kilian reached Plaza de Mulas after 10h10′. When he finally got back to Horcones the stopwatch marked 12h49′.

Thus, Kilian Jornet has surpassed all records established to date and has become the fastest man to complete the journey.

Mountain runner Emelie Forsberg and cameramen Seb Montaz and Vivian Bruchez, the latter also being security adviser, accompanied Kilian in this challenge. Emelie Forsberg was present at departure and arrival in Horcones. Meanwhile, Seb Montaz and Vivian Bruchez were located above El Nido del Cóndor (5,500m) to film the ascent. According to Seb Montaz: ‘I saw Kilian suffering a lot above 6.500m. At the same time, he seemed very conscious and determined to accomplish the challenge. We could not be prouder of how things have turned out.’

Kilian Jornet, meanwhile, explained: ‘This is a team project. I am very happy to have been able to share two weeks with Seb, Vivian and Emelie. We prepared the challenge together and we all coordinated for the shoot. I want to thank the whole team for their great efforts and also all the people who have been following the project from different corners around the world.’
With this new challenge Kilian Jornet completes the third year of his project Summits of My Life, after also setting a new record on McKinley (Alaska) in 2014.

    Materials used
•      Shoes and clothes (Salomon)
•   Snowcross trainers
•   Thin socks ( up to Plaza Mulas)
•   Thick socks (up to the summit)
•   Shorts
•   Wind proof leggings
•   Long-sleeved t-shirt
•   Midlayer t-shirt
•   Goretex jacket
•   Down jacket
•   Primaloft trousers
•   Gloves
•   Overboots
•   Feathers mittens
•   Sunglasses
•   Backpack
 
   Other material:
•   Watch Suunto Ambit 3 Peak
•   Videocamera
•   300cl energy gel
•   1l water
•   4 chocolate bars
•   Folding poles
   
    Timing
Distance: 59.85 km
Positive slope: 3,962 D+   Timing:  12h49’

Ascent
1. Horcones-Plaza de Mulas: 23 km/1.400mD+   3h15’ // 3.15 h
2. Plaza de Mulas - Nido de Cóndores: 3.6 km / 1.100mD+   5h’ // 1.30 h  +0.15 h rest
3. Nido de Cóndores - Aconcagua: 3.5 km /  1.462mD+   8h45  // 3.45 h   +0.20 h rest
    Total ascent time 8.45 hrs + 0.20 hrs  rest at summit

Descent
4. Aconcagua - Plaza de Mulas:  7.1 km   10h10’  /1.10 h  + 0.15 h rest
5. Plaza de Mulas - Horcones:   23 km   12h49’ / 2.19 h
   Total Descent time  3.44 hrs





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2017, 07:37:44 am โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 08:24:15 pm
     Doctors and Helecoptors
 
       There is a permanent medical tent with up to four doctors at basecamp. Their services are free. You are now required to take a physical. They will take your blood pressure, listen to your lungs, and measure your pulse oxygen levels. If you do not measure up you will not be allowed to travel higher.

      At this moment in the permit office in Mendoza there is a sign warning that the use of Diamox is prohibited. The warning includes the message that the doctors have the right to send you packing if they find you are using this medication. If you intend on using Diamox, you have been advised. This presents a problem IMHO. The doctors at the camp will ask you what medications you are taking. To make an informed diagnosis on anyone's condition requires truthful disclosure from the patient. So if you keep it quiet they can't do their job. It is not the intention of this web site to advise you of what course to take on this. It is up to you.

      There are regular helicopter visits at Plaza des Mulas and Plaza Argentina usually in the morning. This makes for quick transport out for people suffering from altitude sickness and thus improves safety. If the doctor is sending you out in an emergency the helecoper is free.   Otherwise you will incure the costs.


ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 08:36:04 pm
  ป๋าได้ไปสำรวจเส้นทางเทรค  อะคอนคากัว  ช่วง หลังเดือน กุมภาพันธ์  2015 เกือบจะปิดฤดูแล้ว   
       
  อยู่ที่ Mendoza  เตรียมเช่าอุปกรณ์  ขอ permit  2 วัน
 
 วันแรก ออกจาก เมนโดซ่า 600 ม.  ไปที่ Penitentis บริษัท ขนของโดย mull กินมื้อกลางวัน  แล้วนั่งรถจี๊ป  ไปที่ อช .ลงทะเบียน  เริ่มเดินบ่าย 2 ไปนอนที่ confluencia 3400 m
 
 วันสอง   พบแพทย์ ตรวจร่างกาย  ออกจาก confluencia เดินยาว 9 ชม  ไปนอนที่ base camp - plazae Mullas 4400 m
 
 วันสาม  นอนพักปรับตัว  1 คืน  พบแพทย์  ตรวจร่างกาย

 วันสี่   จ้าง porter แบกเต๊นท์ ถุงนอน อาหารบางส่วนไป Camp 2 ค่าแรง 320 usd  แบกของส่วนตัว ไต่ยาว 9 ชม ไปนอนที่ camp 2 5380 m. มีเต๊นท์ เก่าที่นอนรอสภาพอากาศ 7 วันแล้ว  และมี กลุ่มใหม่ อีก 3 หลัง มีไกด์นำ  ที่นี่มี ranger ประจำ

 วันห้า  นอนรอสมาชิกที่ Camp 2 อีก 1 คืน  วันนี้สายเตาแก๊สรั่ว   ไฟลุกไหม้เต๊นท์เป็นรูไปหน่อย   ทำให้หิมะปลิวเข้าเต๊นท์  ปิดไม่ได้
 
 วันหก   ให้ Ranger สอบถามไปที่ Base camp  สมาชิกที่จะมาสมทบอีกคน   เมื่อวานขึ้นมาอีกรอบแล้ว  แต่มาไม่ไหว   จึงตัดสินใจลง มานอน base camp  จ้าง porter แบกของลง 1 คน  เพราะสภาพอากาศหนาวจัด  ไม่สามารถหาทางไปเองได้ และ คิดว่าไม่สามารถไปกลับวันเดียวในสภาพอากาศเลวร้ายหนาวจัดได้  ไม่เห็นเส้นทางเดิน เพราะหิมะคลุมทางหมด
 
 วันเจ็ด เดินยาว 27 กม  8 - 11 ชม. ออกมานอนที่  Penitentis 
 
 วันแปด  นั่งรถบัสเข้า Mendoza   แยกย้ายเดินทางต่อ

 ที่ MDZ พักที่ Tibet house  Mendoza   เจ้าของเป็นคนธืเบต   ที่นี่ดีทีมีครัว ทำอาหารทานเองได้ ใกล้ Carrfure  เดินไปทำธุระสะดวก ทั้งเช่าอุปกรณ์  เสียค่าpermit   ทานอาหาร  ในเมือง เล็ก เดินไปได้หมด   ไม่ไกลจากสนามบิน   ที่นี่ ไวน์ ถูกมากๆ เท่ากับน้ำดื่ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2017, 08:54:23 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 08:40:51 pm
 ลูกหาบที่นี่จะใช้เฉพาะช่วงเลยจากเบสแคมป์ขึ้นไป Camp 1, Camp 2, Camp 3 เท่านั้น
แต่ค่าลูกหาบของประเทศนี้ต้องเรียกว่าโคตรแพงทีเดียว  / ลูกหาบ 1 คน แบกของได้ 20 kg

จาก Base camp  - C1 – 180 usd
จาก C1- C2 – 270 usd
จาก C2- C3 – 360 usd
จาก C3-  Base camp – 270 usd

 รับเฉพาะ  USD ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2017, 08:52:49 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2017, 09:00:50 am
Our Team. Three friends from the US traveled to Mendoza, Argentina early Feb. 03 with the ambitious goal of climbing Aconcagua. Two women and one man, from Alaska, Colorado and Washington. Alyson, Hope and Ben have all climbed together in the past on multiple Mt. Rainier, Mt. Hood, and Mt. Adams climbs to name a few. Our ultimate goal is to climb Denali and wanted to go to an extreme altitude prior to that attempt. We researched Aconcagua and while it is a difficult climb in many respects, it has very little technical climbing challenges on the normal route. Our goal was to determine how our bodies would react to altitudes above 15000 feet, new territory for all three of us. This is a trip report of our attempt (I call it an attempt because we did not summit) and our general experience in the wonderful country of Argentina.

Getting There. We flew to Santiago, Chile on various different airlines and then took a short flight over to Mendoza. We did not have any problems with customs in Chile on the way there, as we were not required to pass through customs. However, on the way back, we had to clear immigration and it is a $100 fee that is good for the life of your passport. Once in Mendoza, we cleared customs with no problem even with our climbing gear. On a side note, we elected to FedEx some of our gear ahead of time in order to travel lighter. This was not a good idea, as we were hit with customs charges on some of it in excess of $150. Some of it was held in customs and had to jump through some hoops to take possession of it.

Once through customs, we took a cab to the Hotel Nutibara, a popular hotel among climbers. I think the cab ride was about $5. I would recommend Nutibara; it is in the heart of the city, many restaurants and shops within walking distance. Also a large Plaza just 2 blocks away where some of the Wine festival activities took place.

Getting Ready. We arrived about 4 days prior to commencing the climb in order to get last minute gear, food, meet with the mule team service, etc. We chose INKA Expeditions to provide our mule team to and from base camp. I did extensive research on INKA, including contacting former clients and determined they would be more than able to handle our requests. We elected to have just a mule team to aid is carrying our gear from the trailhead to base camp. Our decision to not use a guide probably cost us the summit, but we are all of the belief that going with a guide would not really be us climbing the mountain, but a guide climbing it and carrying us along. Our decision was validated when we got on the mountain and met other climbers who were with a guide service. They had porters to carry most of the group gear; the porters and guide set up and took down the tents, cooked meals, and melted snow for water. To our team that is not the way to summit a mountain.

We arranged private bus transportation to the trailhead (about $100, and a wise choice as it cuts the travel time from Mendoza from about 5 uncomfortable hours to maybe 3 comfortable hours). We went shopping for some of the food to have on the mountain, mostly powdered soups, salami, cheese, chocolate, tang, and a couple of freeze dried dinners (not recommended). We did our best to keep the weight down since we would be carrying everything once above base camp. We were able to buy some last minute gear that we decided we would need, the gear stores there are OK, prices are about what they are in the US.

Our Gear. I think we took about the right amount of gear on our attempt. We carried 2 Bibler Fitzroy tents, 2 MSR Whisperlite stoves with about 4 liters of fuel, a PUR water filter, and 2 pots large enough to melt snow in. One thing that we needed were better insulation tools for the pots and stoves to help with melting snow. Warm clothes! We had Patagonia expedition weight tops and bottoms as well as mid weight thermals. Good wool socks or wool substitute with liners, a down coat for sitting at camp. I brought a light pair of windstopper gloves and a heavier pair of lined gloves for the various conditions we would encounter. A good hat is essential as well as a good Gore-Tex shell. I wore a North Face Gore-Tex suit above Camp Canada as the wind can be vicious! I would recommend two sleeping pads. I brought a Thermarest and bought a light foam pad in Argentina. Of course, a good down sleeping bag! I use a Marmot Never Summer and was never cold at night. A good pair of waling sticks help keep your balance on the rocks and aids in stream crossings. One more thing, a pee bottle keeps you from having to get out of the tent at night.

The Climb. We started at the trailhead by presenting our permits to the rangers and getting signed in. We received our garbage bags (you must bring it back of the mountain full of garbage) and last minute advice. We started off on the first day, a fairly easy day of about 4 or 5 miles with a elevation gain of about 2000 feet. Our packs were heavier than they needed to be because of the way we set up our mule team. We arranged to have the mules bring our climbing gear and then pick up our tents, sleeping bags, etc at the first camp and carry it to base camp. This would occur on the third day of the climb. Our first day was wonderful, excellent weather, a nice easy hike and a good dinner! The next day we did a day hike to about 13500 feet to help the acclimatization process. This gave us a good look at the south side of the mountain.

Our third day involved getting up early and packing our gear to have it ready for the mules at about 8am. We then started the hike base camp. We carried one backpack so we could carry a sleeping bag, first aid kit, stove, some water and some food for the day. We carried these items just in case we had an emergency and needed to keep someone warm and treat injuries. The hike to base camp is long and hard. You must be mentally prepared for it. I believe the average climb time on this is around 9 hours. It is often hot and dry, but it could also be cold and windy and dusty. A good idea to have a pair of ski goggles just in case the wind kicks up the dust. There is also a stream that must be crossed, but it is stream that is very spread out so you feel like you are crossing about ten streams. We were able to jump across every time, but we out Tevas with us just in case we needed to get our feet wet.

Once at base camp (about 14200 feet) we planned on having a rest day followed by a climb day and then a move day. After to talking to one of INKA’s guides, Pablo (a fantastic person! if you ever use INKA and choose to use a guide, request Pablo as your guide) we decided to add an extra rest day after the carry day. On our first rest day we actually decided to climb a bit. We climbed up to about 15000 feet to feel it and so we didn't feel like we were lazy the whole day. The next day was supposed to be a carry day to Camp Canada, but when we woke up it was snowing and windy with low visibility. We chose to use the day to go over to the Hotel about a half-mile from base camp. (We had gone over the day before as well in the afternoon after our short hike.) We spent the day there playing cards and relaxing as did much of base camp. Hope decided she wanted to take a hot shower for about $10. We got to know some our mountain companions while waiting out the weather. Later that afternoon we went back to camp to cook dinner and get ready for the next day. In the morning we strapped on our packs and started the climb to Camp Canada, which is about 16700 feet. When we arrived it was very windy and cold. We dropped our packs and rested for a few minutes before making the easy descent to base camp. The next day was another rest day as encouraged by Pablo and we spent it again at the hotel. A word about Pablo, he was guiding 2 clients, one from Toronto and one from Seattle and they were on the about the same itinerary as we were. We got to know Pablo well over the course of the few days and actually were able to hang out with him a couple of times back in Mendoza after the climb. Very knowledgeable and motivated, he is the person that if you choose to use a guide you want. I found out that to be guide on Aconcagua is quite a respected position in Argentina. They must assist for a couple of years and also take many tests on high altitude climbing and all the dangers that go along with it, including first aid.

After our second rest day we packed up the tents and moved to Camp Canada. It is a steep climb, but many wide switchbacks to choose from. The most important thing is to remember the rest step and take your time. Do whatever is pace is comfortable for you. We happened to be a little faster than a lot of the other groups, but they were with guides and Pablo told us that they purposely keep the very slow to prevent them from getting tired too quickly. Once at Canada with the tents set up we had dinner and crawled into bed. The plan was to do a carry to Nido the next day. (Nido is supposed to be about 17800 feet, but my GPS told us about 18400 feet when we got there.) In the morning Hope woke up with a minor headache. Pablo checked her O2 sat level and it was normal. We relaxed for a couple of hours and Hope was feeling better so we started off on our carry. We got up to Nido and I was definitely felling the effects of the altitude and started down quickly. Hope and Alyson stayed for about a half-hour.

The next day we all felt good so we made the move to Nido with the intention of getting up early the next morning and going for the summit from Nido. Once at Nido we got busy working on melting snow for water and making dinner. We got our gear sorted for the morning. We elected to take all three sleeping bags but no tents on the summit push as we know there are small huts higher in the event we need to bivouac on the way down. We also took a stove and pot to make water should we need it and some food. Of course, ALL the cold weather clothes came with us!

In the morning Hope woke up with a bad headache and the beginnings of altitude sickness. After talking it over, we decided the safest course of action was to take Hope down to base camp. Alyson was still excited about trying to go higher on the mountain so I volunteered to accompany Hope to base camp while Alyson went up to about 20500 feet. She reported back that she was definitely feeling the altitude, but she felt that had the 3 of us been able to continue on she would have had the motivation to keep going to the top. Hope and I packed up most of the gear and headed down to base camp, and every step down she was feeling better. We got down and set up camp and laid out in the sun to wait for Alyson. When she got back we went to one of the Commercial tents to celebrate with a couple of beers and pizza. Pizza and beer and 14500 feet!! We celebrated a successful climb in that nobody got hurt and we had fun and met a lot of great people. The next morning we hiked out to the trailhead and our time on Aconcagua was finished.

Lessons Learned.
As we spent the next week in Mendoza enjoying the culture and great food and wine, we reflected on what we learned and if we would do it again. At first we all agreed that it was a one-time attempt, but as time went on we started to think more and more about going back. In fact we are tentatively planning another trip in early 2005. As we thought about our decsions on the mountain, we all agreed that we did every thing we could to get to the top short of using a guide. We acclimated properly, drank plenty of fluid, got checked out by the medics frequently, and used the insight of others to help boost our chances for success. It was unfortunate that one member of our team got sick, but I have seen it happen before at much lower altitudes. Altitude sickness can strike anyone at any altitude. When we go back, I have a good feeling for our chances.

Some advice that we can pass along to someone who is looking to climb the mountain for the first time. I think that this mountain is a mental challenge more than a physical challenge. I don't want to discount the physical difficulty of Aconcagua, but the normal route is not that physically demanding. Yes there are some very steep sections of the climb. I think that you have to be mentally prepared for that. If you know that there will be some steep sections and that you will be going very slow, you will be happier when you accomplish that goal. If you go into thinking that it is a cakewalk and the only thing you have to worry about is the altitude, you may come away frustrated and disappointed.

In addition to some of the items I have mentioned in this report, I would like to recommend some of the following to bring on you climb. A very good tent and sleeping bag. The weather on Aconcagua can be severe with very strong winds. Bring a tent that can withstand the beating and a good warm sleeping bag to go with it. Some sort of seating contraption. I used a Thermarest gizmo that makes a small seat to give my back support. Much more comfortable over time. I also recommend bringing 2 sleeping pads. Better insulation and protection against sharp rocks. The most important thing to bring is your physical condition and climbing experience. I was amazed at how many people we talked to who had done one climb and now want to climb Aconcagua. It is important that people understand the dangers associated with climbing that high. Even if you elect to go with a guide, bring with you the ability to go it alone should anything happen along the way.


Mendoza.
What a wonderful city! If you ever have the chance to visit please do so. It is a rich and vibrant city that will welcome you with open arms if you embrace the culture and people. Our group felt right at home with the schedule of siesta in the afternoon then some shopping followed by dinner at 10 or 11. Often we went out to a dance club or other bar with some of the other climbers we met on the hike or in the hotel. We were lucky enough to experience the beginning of the Wine Festival, Vendimo. There are many celebrations throughout the city, including some in the Plaza right down the street from the hotel. One thing about Mendoza that struck me is how late children were out at night. We could be walking around at 1 or 2 in the morning and see 10 or 12 years olds playing in the park with friends. Many nights there was a crafts fair of sorts in the park, where locals would come out and sell various crafts and art. Lots of woodworking and leather crafts available for very reasonable prices.

We ate like there was no tomorrow in Mendoza. The beef there is extraordinary! Amazing cuts of beef for the equivalent of 3 or 4 dollars. We could eat at a nice restaurant and have appetizers, main course and dessert, along with a bottle or two of wine for less than 10 dollars per person including a tip. There is some debate on tipping in poor countries, one school of thought is to over tip to provide the staff with extra income. But there is also the belief that this practice can price out the locals of many establishments. I tipped as I would in the US, and was always treated with absolute respect. Many restaurants enjoyed us eating there because we tried to embrace their culture and cuisine. We got to know the waiters in the short time of eating a meal and really felt like they enjoyed having us there. There is an Italian influence in Mendoza, but not as strong as in Buenos Aires. As a result the Italian food there was satisfying, but probably not as good as it would be in BA. We did have a couple of pizzas that were excellent.

The beer and wine in Mendoza is very inexpensive. A liter of Andes beer was as little as 1.29 pesos (about 45 cents US) to 3 pesos in a bar or restaurant. I brought back 4 bottles of wine that I spent a total of $50 on. Generally when we drank wine it was about $4-6 per bottle. I highly recommend the local variety of red wine called Malbec. I am not much of a wine drinker, but I enjoyed the Malbec a great deal. The one area they seemed to lack knowledge of was the mixed drinks. It may have been simply a language barrier issue, but we learned to stick with the beer and wine for most of the trip.

Summary.

Aconcagua is a great mountain to attempt with some experience under your belt. I don’t believe that is a good first, second or third mountain to climb. You must be in excellent physical condition, have excellent equipment, and be mentally prepared to be on the mountain for upwards of 2 weeks. If you go to attempt this mountain, spend some time in Mendoza after the climb. A week of relaxing is a good reward, summit or no. Research the mountain and routes. This site is an excellent resource, Secor’s book is a marginal resource. As I mentioned earlier, I contacted several if INKA’s past clients and many were only to happy to pass along tips to our team. I located email addresses for theses clients on INKA’s website.

Questions or comments, please email me at stepwood1@hotmail.com.

Ben Palmer

ทีมงานของเรา. เพื่อนสามคนจากสหรัฐฯเดินทางมายังเมนโดซาอาร์เจนตินาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 3 โดยมีเป้าหมายในการปีนเขาที่ Aconcagua ผู้หญิงสองคนและผู้ชายคนหนึ่งจากอลาสกาโคโลราโดและวอชิงตัน Alyson, Hope และ Ben ได้ปีนขึ้นไปด้วยกันหลายครั้งที่ Mt. Rainier, Mt. Hood และ Mt. อดัมส์ปีนขึ้นไปเพื่อชื่อไม่กี่ เป้าหมายสูงสุดของเราคือการปีนขึ้น Denali และต้องการไปที่ระดับความสูงก่อนที่จะพยายาม เราค้นคว้า Aconcagua และในขณะที่การปีนเขาเป็นเรื่องยากในหลาย ๆ ด้านความท้าทายในการปีนเขาทางเทคนิคเพียงเล็กน้อยในเส้นทางปกติ เป้าหมายของเราคือเพื่อตรวจสอบว่าร่างกายของเราจะตอบสนองต่อความสูงเหนือ 15000 ฟุตดินแดนใหม่สำหรับพวกเราทั้งสามคน นี่เป็นรายงานการเดินทางของความพยายามของเรา (ฉันเรียกมันว่าเป็นความพยายามเพราะเราไม่ได้ประชุมสุดยอด) และประสบการณ์โดยทั่วไปของเราในประเทศที่ยอดเยี่ยมของอาร์เจนตินา

การเดินทาง. เราบินไปที่ซันติอาโกชิลีบนสายการบินต่างๆกันแล้วใช้เวลาบินสั้น ๆ ไปยังเมนโดซา เราไม่ได้มีปัญหากับศุลกากรในชิลีในเส้นทางที่นั่นเนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากร อย่างไรก็ตามในระหว่างทางเราจำเป็นต้องตรวจคนเข้าเมืองอย่างชัดเจนและเป็นค่าธรรมเนียม 100 เหรียญที่ดีต่อชีวิตหนังสือเดินทางของคุณ ครั้งหนึ่งในเมนโดซาเราได้รับการศุลกากรอย่างไม่มีปัญหาแม้กระทั่งกับอุปกรณ์ปีนเขาของเรา ในบันทึกด้านข้างเราเลือกที่จะใช้เฟดเอ็กซ์บางส่วนของอุปกรณ์ของเราก่อนเวลาเพื่อที่จะเดินทางเบา นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะเราต้องเสียภาษีศุลกากรในส่วนนี้เกิน 150 เหรียญ บางส่วนของมันถูกจัดขึ้นในทางศุลกากรและต้องกระโดดผ่านห่วงบางที่จะครอบครองของมัน

เมื่อผ่านศุลกากรเราได้นำรถแท็กซี่ไปที่ Hotel Nutibara ซึ่งเป็นโรงแรมยอดนิยมในหมู่นักปีนเขา ฉันคิดว่านั่งรถแท็กซี่ประมาณ $ 5 ฉันอยากจะแนะนำ Nutibara; อยู่ในใจกลางเมืองร้านอาหารและร้านค้าจำนวนมากสามารถเดินไปได้ นอกจากนี้ยังมีพลาซ่าขนาดใหญ่อยู่ห่างออกไปเพียง 2 ช่วงตึกจากกิจกรรมงานเทศกาลไวน์บางแห่ง

เตรียมพร้อม. เรามาถึงประมาณ 4 วันก่อนที่จะเริ่มไต่เพื่อให้ได้รับเกียร์นาทีสุดท้ายอาหารตอบสนองกับบริการทีมล่อ ฯลฯ เราเลือกการเดินทาง INKA เพื่อให้ทีมล่อของเราไปและกลับจากค่ายฐาน ฉันได้ทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับ INKA รวมถึงการติดต่อกับลูกค้าเก่าและระบุว่าพวกเขาจะสามารถจัดการกับคำขอของเราได้มากกว่า เราเลือกที่จะมีเพียงทีมล่อเพื่อช่วยในการแบกเกียร์ของเราจากทางเดินไปยังฐานค่าย การตัดสินใจของเราที่จะไม่ใช้คำแนะนำอาจทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่เราทุกคนเชื่อว่าการไปเที่ยวกับไกด์จะไม่ใช่เรื่องที่เราปีนภูเขา แต่เป็นแนวทางในการปีนเขาและพาเราไปด้วย การตัดสินใจของเราได้รับการตรวจสอบเมื่อเราขึ้นไปบนภูเขาและพบกับนักปีนเขาคนอื่น ๆ ที่อยู่กับบริการแนะนำ พวกเขามีพนักงานเก็บสัมภาระที่จะพกอุปกรณ์กลุ่มส่วนใหญ่ คนเฝ้าประตูและคำแนะนำตั้งขึ้นและลงเต็นท์อาหารที่ปรุงสุกและหิมะละลายเป็นน้ำ ให้กับทีมของเราไม่ใช่ทางที่จะขึ้นไปบนยอดเขา

เราจัดรถโดยสารประจำทางขนส่งส่วนตัวไปยังจุดเริ่มต้น (ประมาณ 100 เหรียญและเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดเนื่องจากลดเวลาในการเดินทางจากเมนโดซาตั้งแต่ 5 ชั่วโมงที่ไม่สะดวกไปจนถึง 3 ชั่วโมงที่แสนสบาย) เราไปช้อปปิ้งสำหรับอาหารบางอย่างที่มีอยู่บนภูเขาส่วนซุปผง, ซาลามี่, ชีส, ช็อคโกแลต, tang, และคู่ของอาหารค่ำเย็นแช่แข็ง (ไม่แนะนำ) เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้น้ำหนักลดลงเนื่องจากเราจะแบกทุกอย่างที่เคยอยู่เหนือฐาน เราสามารถซื้อเกียร์ในนาทีสุดท้ายบางอย่างที่เราตัดสินใจว่าจะต้องมีร้านขายเฟืองมีราคาที่เป็นราคาที่พวกเขาอยู่ในสหรัฐฯ

เกียร์ของเรา ฉันคิดว่าเราใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับความพยายามของเรา เราดำเนินการ 2 เต็นท์ Bibler Fitzroy 2 เตา MSR Whisperlite พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 4 ลิตรเครื่องกรองน้ำ PUR และ 2 หม้อขนาดใหญ่พอที่จะทำให้หิมะละลายได้สิ่งหนึ่งที่เราต้องการคือเครื่องมือฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่าสำหรับหม้อและเตาเพื่อช่วยให้มี หิมะละลาย เสื้อผ้าอุ่น ๆ ! เรามียอดการเดินทางและพื้นผิวของ Patagonia รวมถึงเทอร์มินอลน้ำหนักเบา ถุงเท้าขนสัตว์ที่ดีหรือขนสัตว์ทดแทนที่มีซับ, เสื้อลงเพื่อนั่งอยู่ที่ค่าย ฉันนำถุงมือ windstopper และถุงมือเรียงรายที่หนักกว่าสำหรับเงื่อนไขต่างๆที่เราจะพบ หมวกดีเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกับเปลือก Gore-Tex ที่ดี ฉันสวมสูท North Face Gore-Tex เหนือ Camp Canada เนื่องจากลมอาจเป็นอันตรายได้! ฉันอยากจะแนะนำสองแผ่นนอน ฉันซื้อ Thermarest และซื้อแผ่นโฟมไฟในอาร์เจนตินา แน่นอนดีลงถุงนอน! ฉันใช้ Marmot Never Summer และไม่เคยเย็นในเวลากลางคืน ไม้ waling sticks ที่ดีช่วยรักษาความสมดุลของคุณบนโขดหินและช่วยในการพลิกแพลง สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเติมได้อีกอย่างหนึ่งคือขวดนมที่ช่วยให้คุณไม่ต้องออกจากเต็นท์ในเวลากลางคืน

ปีน เราเริ่มต้นเส้นทางนี้ด้วยการนำเสนอใบอนุญาตให้กับเรนเจอร์และลงชื่อเข้าใช้เราได้รับถุงขยะของเรา (คุณต้องนำมันกลับมาจากภูเขาที่เต็มไปด้วยขยะ) และคำแนะนำในนาทีสุดท้าย เราเริ่มต้นในวันแรกเป็นวันที่ค่อนข้างง่ายโดยใช้เวลาประมาณ 4 หรือ 5 ไมล์ซึ่งมีระดับความสูงประมาณ 2000 ฟุต ชุดของเราหนักกว่าที่พวกเขาต้องการจะเป็น 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 22, 2017, 12:15:10 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2017, 12:26:37 pm
สมาชิก
1. ป๋าคมรัฐ   นำทริป
2. หมออีม
3. กว้าง
4. ช้าง
5. นคร
6. หมอ YY
7. - 10 ..

 ค่าตั๋ววันนี้เช็คได้ที่ 78000  บาท .......... 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2017, 04:23:15 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2017, 04:17:35 pm
    http://www.summitpost.org/aconcagua-2008-day-by-day-with-gear-analysis/379191

    http://www.travelthewholeworld.com/climbing-aconcagua/how-to-climb/
   
     I believe that Aconcagua is twice as hard as Kilimanjaro, and that Denali is at least twice as hard as Aconcagua. I have heard some people say Aconcagua and Denali are about the same and as someone who has done both without porters, I have absolutely no idea how they have come to this conclusion.

    http://www.nwhikers.net/forums/viewtopic.php?t=7989151

    http://www.nwhikers.net/forums/viewtopic.php?t=7989421

    http://www.peakbagger.com/climber/ascent.aspx?aid=162068
        ระยะทาง GPS  นี้ จะไม่ตรงกับระยะทางที่ Kilian Jornette วิ่ง
        Summary stats:
Trailhead 0527, Confluencia 0804, Plaza de Mulas base camp 1545, total 24.6 km, 1450m ascent.
Base camp 0840, Nido 1300, 4.8 km, 1200m ascent.
Nido 0400, Aconcagua 1130-1230, Nido 1450. 5+5 km, 1380m ascent & descent.
Nido 1400, base camp 1500, 4.8 km. 1200m descent.
Base camp 0945, trailhead 1630, 24.6 km, 1450m descent.


    https://thecloudocean.com/2015/03/08/aconcagua-trip-report/

     ได้ detail เวลาขึ้นลง แต่ละ camp  แต่เขาเป็นนักวิ่ง ดังนั้นเวลาจึงเร็วกว่านักเดินปกติ  ใช้รองเท้าวิ่ง แต่ช่วงขึ้นยอด ใช้ double boot จึงไม่เร็วมากนัก  //
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2017, 08:19:34 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2017, 12:18:35 pm
    ที่ mendoza มีร้านให้เช่าอุปกรณ์ขึ้น Aconcagua ครบ ทั้งเสื้อกันหนาว  กางเกง รองเท้า-double boot ขวาน  ถุงนอน - 20 - 30 C  ถุงมือ หมวกนิรภัย  เต๊นท์ -// กองกลางเช่ามี เต๊นท์  เตา แก๊สนี่ซื้อ  ชุดหม้อ ต้มน้ำ ทำอาหาร  / เครื่องครัวบางอย่างซื้อจาก Carrfure - แผ่นรองนอนคนละ 2 ชั้น 

   ขวานไม่ได้ใช้ แต่ต้องติดไปเผื่อ   กรณีเกิดลื่นตกเขาต้องใช้ช่วยยึดหิมะได้  อันนี้จะสอนวิธีใช้ให้   // ต้องใช้ไม้เท้า   ควรมีคนละ 1 คู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 13, 2017, 06:54:16 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2017, 04:12:11 pm
  จองตั๋วแล้ว ราคารวมค่าย้ายสนามบินก็ประมาณ 78500 บาท // จะไม่ลงรายการค่าใช้จ่าย ถือว่า ต่างคนต่างจ่าย เหลือแต่ค่าทริป 80000  บาท โอนก่อนเดินทาง 10 วันจะเอาไปแลก USD 

  https://kiwitaxi.com/argentina/buenos+aires+airport+ezeiza-%3Ebuenos+aires+airport+jorge+newbery
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2017, 07:59:38 am โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2017, 11:26:04 am
 ที่นี่ค่าไกด์แพงมาก ถ้าเราไป 6 คน ต้องใช้ 2 ไกด์ ค่าแรง 7100usd * 33.5 = 237850 บาท / 6 จะเฉลี่ยค่าแรงไกด์คนละ 40000  บาท    ดังนั้นจะไม่ใช้ไกด์   / ฝรั่ง ส่วนมากก็จะไปเอง ไม่ใช้ไกด์เพราะราคาไม่สมเหตุผลเลย Everest summit ค่าแรง sherpa guide 2 เดือนยังคนละ 3000 usd   ที่นี่ 15 วัน ค่าแรงคนหนึ่ง 3700 usd งานก็่ง่ายกว่าเยอะ เรียกว่าแพงกว่าควรไป 6 เท่า  คือค่าแรงควรจะไม่เกิน 20000 บาท นี่ 120000 บาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 22, 2017, 12:16:40 pm โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2017, 10:39:04 am
Our store is located in the city of Mendoza, on Espejo 285, two blocks from the Secretary of Tourism, where the Provincial Park Permit is issued.

We are open Monday through Saturday from 9 am to 1:30 pm and from 5 pm to 9 pm

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2017, 08:07:04 am
สมาชิก
1. ป๋าคมรัฐ
2. หมออีม
3. กว้าง
4. นคร
5. ช้าง
6. หมอยงยุทธ
7. - 10 .....................

ซื้อตั๋วกันเรียบร้อยแล้ว ค่าตั๋วคนละ 78500 บาท เมื่อ ต้นเดือน มิ.ย.

ตั๋วเครื่องบินยังราคาประมาณ  78000 - 80000 บาท  แต่ต่อสนามบินที่ 2 คนละ สนามบิน
 
https://www.youtube.com/watch?v=X7Yk6yaAuVc

https://www.youtube.com/watch?v=sGgJjokKrhY

https://www.youtube.com/watch?v=DCY10ZGBR-A

https://www.youtube.com/watch?v=4f5K_tWxpQE
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2017, 07:38:52 am โดย Pa Khomrat »

ออฟไลน์ Pa Khomrat

  • Administrator
  • ครอบครัวเดียวกัน
  • *****
  • กระทู้: 9,813
Re: 25 Nov – 17 Dec 2017 Aconcagua summit 6962 m, Argentina
ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2017, 03:45:25 pm
  สมาชิก
1. ป๋าคมรัฐ    summit ที่ 3
2. หมออีม    summit ที่ 4
3. กว้าง    summit ที่ 3
4. นคร    summit ที่ 3
5. ช้าง    summit ที่ 3
6. หมอยงยุทธ
7. นิ่ม นวลจันทร์   summit ที่ 3
8.  อาร์ม   summit ที่ 2  ..... รอยืนยัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 24, 2017, 02:50:39 pm โดย Pa Khomrat »

 


โปรแกรมเดินป่า ท่องเที่ยว ของป๋าคมรัฐ trekkerhut.com

โปรแกรมท่องเที่ยวเดินป่า กับป๋าคมรัฐ ประจำปี 2557 



ระบบสมัครมาชิก ผ่านระบบกระดานข่าว แต่จะไม่มีการส่งเมลให้
สำหรับท่านที่ลืม LOGIN หรือ PASSWORD
แจ้ง เมลที่ใช้ ชื่อ login ให้แก้ password ใหม่ได้ที่ nut2go@hotmail.com